Cover Story





B- School





Small Biz





ถนนนักลงทุน





Local Biz





Property





ธุรกิจการตลาด





Travel Biz





Food Biz





I - Biz





Auto Biz




วันศุกร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2548














"แผนไทย ดีลิเวอรี่" ภูมิปัญญาไทย..โกอินเตอร์

สาลินี พ่วงพินิจ
การ "อยู่ไฟ" หลังคลอด คนทั่วไปอาจมองไม่เห็นความสำคัญ แต่สำหรับผู้หญิงที่เพิ่งผ่านการเป็นคุณแม่มาหมาดๆ ย่อมรู้ซึ้งถึงความจำเป็นของการอยู่ไฟ และนี่เองเป็นที่มาของธุรกิจจากภูมิปัญญาไทย ที่สร้างลูกค้าได้ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

การ "อยู่ไฟ" หรือ การดูแลหลังคลอด ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลสุขภาพของคุณแม่หลังคลอดบุตร ให้มีสุขภาพดี แข็งแรงเร็ว ผิวพรรณงดงาม แถมยังสวยตามวัย จากปกติที่หลังการคลอดคุณแม่หลายราย มักจะมีสุขภาพทรุดโทรมลง สรีระร่างกายเกือบทุกส่วนเริ่มเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่ผิวพรรณการไหลเวียนของโลหิตและการขยายตัวของส่วนต่างๆ

ปัญหาดังกล่าว กำลังถูกปัดเป่า ด้วยธุรกิจเก๋ๆ อย่างการ "อยู่ไฟ" คุณแม่หลังคลอดแบบบริการถึงบ้าน ที่นำเอาไอเดียทางธุรกิจสานต่อภูมิปัญญาที่คนรุ่นปู่ย่าให้มา จนกลายเป็น "บริษัท แผนไทย ดีลิเวอรี่ จำกัด"

"นันท์ชญาน์ กินขุนทด" ผู้จัดการ สาวสวย บอกเล่าถึงที่มาของธุรกิจให้เราฟังว่า เธอได้รับการสืบทอดความรู้เรื่องการอยู่ไฟ และธุรกิจนี้มาจากบรรพบุรุษ จนเมื่อเรียนจบ จึงได้นำมรดกดังกล่าวมาต่อยอดธุรกิจอย่างเป็นจริงเป็นจัง ถึงวันนี้ก็กินเวลา 4 ปี แล้ว

“เรามองว่าบริการตัวนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก พอรับมาทำต่อก็เริ่มทำเป็นในรูปของบริษัท เริ่มมีการทำประชาสัมพันธ์มากขึ้น เพื่อให้คนไทยรู้จักการอยู่ไฟ และตระหนักถึงสุขภาพของคุณแม่หลังคลอดมากขึ้นด้วย"

เธออธิบายให้เราฟังเพื่อความเข้าใจว่า "การอยู่ไฟ" เป็นกระบวนการดูแลคุณแม่หลังคลอดบุตร ซึ่งคนไทยอาจคุ้นเคยกับคำนี้มาช้านาน แต่ละเลยมิได้ใส่ใจเท่าที่ควร จนส่งผลต่อรูปร่างและสุขภาพหลังคลอด

บริการแบบ "เคาะประตูบ้าน" ของพวกเธอ จึงเข้ามาเพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสะดวกในการใช้บริการในยามที่ต้องดูแลลูกน้อยไปพร้อมๆ กับการเฟิร์มสุขภาพ

หากใครที่สนใจบริการจากพวกเธอ ก็จะได้สัมผัสขั้นตอนการทำงานตั้งแต่ การตรวจเช็คสภาพร่างกาย เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่หลังคลอด การอาบน้ำสมุนไพร นวดตัว ขัดตัว เพื่อขจัดสิ่งหมักหมม ที่พ่วงคุณประโยชน์ช่วยทำให้น้ำนมไหลดี โดยที่การอยู่ไฟจะเป็นการปรับสมดุลของร่างกาย ชดเชยความร้อนที่สูญเสียไปหลังการคลอดบุตร ด้วยบริการอย่างการอบตัว ประคบตัว เพื่อคืนความร้อนเข้าสู่ร่างกายพร้อมสรรพคุณของสมุนไพรที่นำมาใช้ในการปรนนิบัติพลิกฟื้นชีวิตชีวาให้กับคุณแม่หลังคลอดอีกครั้ง

ถ้ารวบรวมบริการ "อยู่ไฟ" ฉบับ แผนไทย ดีลิเวอรี่ ก็จะได้สัมผัสกระบวนการ ถึง 22 ขั้นตอน ใน 1 วัน ซึ่งหนึ่งคอร์ส จะกินเวลาทั้งหมด 7 วัน กับบริการหนึ่งสัปดาห์เต็ม คิดค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 10,000 บาทขึ้นไป โดยขึ้นกับระยะทางในการให้บริการ

ระบบดิลิเวอรี่ของที่นี่ไม่จำกัดวงให้บริการเพียงในกรุงเทพฯเท่านั้น หากยังรวมถึงลูกค้าทั่วประเทศด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อ แผนไทย ดีลิเวอรี่ มีสาขาในต่างประเทศ ทำให้บริการของพวกเธอไปไกลถึงอเมริกาด้วย ซึ่งราคาค่าบริการ ก็จะสูงกว่าลูกค้าคนไทยถึง 10 เท่า โดยอยู่ที่กว่า 100,000 บาทเลยทีเดียว

นอกจากจะมีบริการที่เป็นเลิศแล้ว เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย สมุนไพรที่ใช้ในการให้บริการ ยังมาจากการเพาะปลูกเองอีกด้วย บนเนื้อที่กว่า 40 ไร่ เพื่อการันตีความปลอดภัย เพราะเป็นการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ เรียกว่าใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อประสิทธิภาพของการให้บริการที่ดีที่สุด

แม้จะมีกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นบรรดาคุณแม่หลังคลอด ที่มีฐานะดี แต่แผนการเจาะกลุ่มระดับล่างก็มีเช่นเดียวกัน นันท์ชญาน์ บอกเราว่า เธอจะพิจารณาหากกลุ่มไหนมีกำลังซื้อก็จะขายเป็นคอร์ส แต่หากไม่มีก็เลือกขายเป็นอุปกรณ์อยู่ไฟให้ลูกค้าไปทำเอง ซึ่งแม้จะเป็นการขายให้ แต่ทางแผนไทย ดีลิเวอรี่ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ไปอบรมให้ด้วย

สำหรับการทำตลาดในประเทศ เธอแจงให้ฟังว่า แผนไทยมีศูนย์กลางอยู่ในแต่ละภาค คือทางอีสานจะอยู่ที่นครราชสีมา ภาคเหนืออยู่ที่เชียงใหม่ ภาคตะวันออกอยู่ที่ชลบุรี ส่วนภาคใต้อยู่ที่หาดใหญ่ โดยในแต่ละจังหวัดจะมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและติดต่อประสานงานเท่านั้น ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการทุกคนจะอยู่ที่กรุงเทพฯ เมื่อมีลูกค้าติดต่อมาก็จะส่งไปบริการถึงบ้าน ทั้งนี้ก็เพื่อต้องการรักษาคุณภาพของเจ้าหน้าที่นั่นเอง

"เจ้าหน้าที่ของเราจะอยู่ที่ส่วนกลางทั้งหมด โดยทุกคนจะผ่านการเรียนเรื่องแพทย์แผนไทย และมีหนังสือรับรองรวมถึงยังต้องมีการอบรมปีละ 2 ครั้ง ที่กระทรวงสาธารณสุขด้วย และเมื่อทำงานจบคอร์สหนึ่งก็จะมีการพูดคุยถึงปัญหา และมีการแก้ไขให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา”

ส่วนการทำตลาดในต่างประเทศ คือ ในรัฐฟอริดา และเกาะกวม จะมีพี่สาวของเธอเป็นผู้ดูแลกิจการให้ โดยทางไทยจะส่งอุปกรณ์และสมุนไพร รวมถึงเจ้าหน้าไปให้ด้วย

เมื่อให้มองถึงการแข่งขัน เธอบอกเราว่า ไม่กลัวกับคู่แข่ง เพราะมองว่า ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจกัน และหากไม่มีคู่แข่งเลยตลาดก็คงไม่เติบโต การมีตัวเลือกในตลาดมากขึ้น ก็ยิ่งกระตุ้นให้ตลาดโตยิ่งขึ้น

หากแต่สิ่งที่พวกเธอมองว่าเหนือกว่าคือ การมีแบรนด์ที่ค่อนข้างแข็ง เพราะว่าเราเป็นบริษัทแรกในเมืองไทย และเป็นบริษัทเดียวที่ทางอเมริกาให้เข้าไปทำธุรกิจดังกล่าวได้

เมื่อได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง การขยายตลาดจึงทำได้ไม่ยากนัก นันท์ชญาน์ บอกว่า ตลาดตัวนี้ยังกว้างมาก จึงมองว่าธุรกิจน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ เพราะนี่ยังเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

แม้จะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ แต่แผนไทยก็ยังคงไม่มีการขายแฟรนไชส์ แม้ตลอดที่ผ่านมาจะมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติเข้ามาติดต่อขอซื้อเยอะมาก แต่เธอยังคงปฏิเสธ

“การขายแฟรนไชส์ เราจะไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้ ยิ่งถ้าเป็นชาวต่างชาติก็ยิ่งไม่อยากขายเลย เพราะอยากให้สิ่งนี้เป็นของคนไทยมากกว่า ถ้าจำได้อย่างข้าวหอมมะลิที่อเมริกาเอาไป อย่างหมอนทองก็เป็นของเรา ญี่ปุ่นก็เอาของเราไป ทำไมเราไม่ช่วยกันสงวนสิ่งดี ๆ ไว้ "แผนไทย ดีลิเวอรี่" อาจจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ แต่ถ้าเรารักษาไว้ได้อย่างน้อยสิ่งนี้ก็จะเป็นมรดกตกทอดถึงลูกหลานเราเลย"

ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นที่ 100,000 บาท เปิดทางให้แผนไทย ดีลิเวอรี่ ได้เติบโตอย่างมั่นคง สามารถสร้างธุรกิจจากภูมิปัญญาไทยให้แพร่หลายทั้งในไทยและต่างประเทศ จนปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ที่ไทยกว่า 100 ชีวิต และที่อเมริกาอีกกว่า 20 ชีวิต ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจนต้องมีการจองรับบริการล่วงหน้าเลยทีเดียว

ภูมิปัญญาไทยที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัยอย่างที่ใครๆ คิด แต่มันกลับดึงเงินดอลลาร์เข้ามาให้ลูกหลานไทยร่วมภูมิใจได้ เช่นเดียวกับที่ "แผนไทย ดีลิเวอรี่" ทำอยู่ทุกวันนี้

Key to Succsss

ขั้นตอนการอยู่ไฟสไตล์แผนไทย ดีลิเวอรี่

๐ ตระหนักถึงสภาพร่างกายคุณแม่หลังคลอด ด้วยการตรวจเช็คร่างกายก่อนการปรนนิบัติ

๐ ผ่านกระบวนการอยู่ไฟถึง 22 ขั้นตอนใน 1 วัน

๐ สมุนไพรที่ใช้ปลอดสารพิษ ด้วยวิธีการปลูกแบบเกษตรอินทรีย์

๐ ดูแลโดยเจ้าหน้าที่มืออาชีพ การันตีจากกระทรวงสาธารณสุข


About Us I Suggestion I Site Map I GetThaiFont | Contact Us I Privacy Policy
copyright @ 2004 Nation Group / Produced & Designed by : KT Internet Dept.